814
อนที่ 814 เจี้ยนหวู่ซ่วงมาถึง
หลังจากกลับมาจากราชวังของประเทศหัววัว หลี่ฉีเย่ก็อยู่ที่ตระกูลเถี่ยตลอดเวลา นอกเหนือจากไปยังท่องบทสวดที่จารึกหินแล้ว เขาก็ยังฝึกฝนเช่นกัน
เขายังคงสอนการบ่มเพาะให้กับเต่าชราหนึ่งหรือสองอย่าง แม้ว่าเต่าชรานั้นจะเป็นองค์รักษ์เทพสวรรค์ พื้นฐานของเขาก็ยังสับสนวุ่นวาย
นี้ไม่ใช่เรื่องแปลกเขาเป็นผู้ฝึกตนพเนจรและมีต้นกำเนิดที่ต่ำ ทักษะของเขานั้นล้วนขโมยมาจากคนอื่น นอกจากนี้เขายัไม่มีทักษะที่ทรงพลังใดๆด้วย
มันอาจจะกล่าวได้ว่าเป็นปาฏิหาริย์ที่เขาฝึกมาถึงระดับนี้ได้ ผู้ฝึกตนคนอื่นพลังฉีของพวกเขาคงจะแตกไปแล้ว
หลี่ฉีเย่เอ่ย " เจ้ามีแม่น้ำที่ดีคอยช่วย หากไม่เช่นนั้นเจ้าคงจะตายไปหลายรอบแล้ว "
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เต่านี้จะเปลี่ยการบ่มเพาะของเขานอกจากทำลายรากฐานการบ่มเพาะเก่า มันต้องทำลายพื้นฐานเต๋าของเขาด้วย ทว่าเขานั้นแก่เกินไปการทำลายการบ่มเกาะก็เหมือนทำลายชีวิต เขาจะตายทันทีจากความชรา ดังนั้นหลี่ฉีเย่ทำได้เพียงมอบวิธีการฝึกให้เท่านั้น
สำหรับเถี่ยหลาน หลี่ฉีเย่ขี้เกียจเกินไปจะสนใจนาง ไม่ว่านางจะกลายเป็นผู้ฝึกตนหรือไม่มันไม่สำคัญสำหรับเขา เขามอบทคัมภีร์ให้นาง ที่เหลือก้ขึ้นอยู่กับนางแล้ว
เถี่ยหลานนั้นยังเป็นคนดื้อรัน นางนั้นยังไม่ยอมรับให้หลี่ฉีเย่อยู่ที่ตระกูลเถี่ยและไม่เคยมองเขาเป็นมิตร นางไม่เคยถามคำถามเกี่ยวกับการบ่มเพาะจากเขาเลย
แน่นอนนางรู้สึกมึนงงกับการกระทำของหลี่ฉีเย่ หากเขามาที่นี่เพื่อสมบัติของตระกูลเช่นนั้นเขาต้องค้นหารอบๆ ทว่าเขาไม่ได้พยามจะเข้าไปค้นในศาลาใดๆ
เขาทำอยู่เพียงสิ่งเดียวที่ตระกูลเถี่ย ท่องบทสวดหน้าจารึกของตระกูล นี้เป็นเรื่องค่อนข้างไร้สาระ หากคนนอกเห็นเขาท่องบทสวดทุกวัน พวกเขาจะคิดว่าหลี่ฉีเย่เป็นบ้า
วันหนึ่งหลังจากท่องบทสวดเสร้จ เถี่ยหลานก็ออกมาและมองเขาอย่างเย็นชา " มีคนมาพบเจ้า ! "
หลังจากกล่าวเสร็จนางก็ยืนอยู่ข้างๆโดยไม่พูดอะไร
เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นตามเถี่ยหลานเข้ามา นางยังคงเป็นเต็มไปด้วยความงดงามและเสน่ห์รวมถึงยังมีกลิ่นอายหยิ่งยโสเช่นแต่ก่อน ไม่ว่าเวลาหรือสถานที่จะเปลี่ยนแปลงอย่างไรนางก็คล้ายกับฟินิกซ์ที่งดงามที่สุด ไม่ว่าเวลาและสถานที่ใดนางก็ยังมั่นใจและหยิ่งยโสไม่เปลี่ยน
นี้คือเจี้ยนหวู่ซ่วง หากวันหนึ่งนางไม่ได้แสดงกลิ่นอายหยิ่งยโส นางก็ไม่ใช่นางอีกต่อไป !
เถี่ยหลานนั้นอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเจี้ยนหวู่ซ่วง แม้วนางจะเป็นมนุษย์ นางก็ยังมีประสบการณ์ในสนามรบและกลายเป็นแม่ทัพตอนที่ยังเยาว์ เป็นธรรมดาที่นางจะมั่นใจมาก
ทว่าความเย็นชาและความมั่นใจของเถี่ยหลานก็ถูกบัดบังด้วยกลิ่นอายของเจี้ยนหวู่ซ่วง นางนั้นด้อยกว่าทั้งในด้นรูปลักษณ์และกลิ่นอาย
" เจ้าพบข้าได้เร็วจริงๆ " หลี่ฉีเย่อมยิ้ม เขารู้สึกประหลาดใจที่เห็นเจี้ยนหวู่ซ่วงที่เขตอสูร
เจี้ยนหวู่ซ่วงมองเขาและเอ่ย " เวลาของข้ามีค่าเสมอ ! พวกเราจะไปโลกอสูรปี้อ้านเมื่อใด ? " นางนั้นกล่าวตรงจุดอย่างไม่ลังเล
" เรื่องนี้ไม่ต้องรีบ " หลี่ฉีเย่พานางเข้ามาในตระกูลเถี่ย และมีเพียงพวกเขาสองคนที่เหลืออยู่ " ทางเดินสู่โลกอสูรนั้นต้องใช้เวลาในการเปิด ก่อนอื่นข้าต้องสัมผัสร่างกายเจ้านิดหน่อย "
" สัมผัสร่างกายข้า ? " เจี้ยนหวู่ซ่วงจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชาและกดขี่ แน่นอนนางไม่ได้เข้าใจความหมายของเขา
" อืม ข้าเกรงว่าเจ้าจะไม่กล้าเผชิญหน้ากับมัน " หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาและเอ่ย " ข้าต้องแจ้งให้เจ้าทราบก่อน กระบวนการนี้เจ็บปวดมาก เจ้าจะทนมันได้หรือไม่ ? "
" เพียงแค่ทำมันซะ " นางจ้องมองเขา ความจริงตั้งแต่นางสาบานกับหลี่ฉีเย่ นางก็เตรียมใจไว้แล้ว
หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างช้าๆ " ในแง่ของร่างกาย พรสวรรค์ ทักษะและทัศนคติ น้อยคนมากที่จเทียบเจ้าได้ ! ทว่าข้าต้องการฝึกเจ้าให้เป็นแม่ทัพที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ดังนั้นข้าจึงต้องเปลี่ยนแปลงเจ้า เจ้าสนใจหรือไม่ ? "
" ข้าต้องการให้เจ้าฝึกข้าให้กลายเป็นจักรพรรดิอมตะ ! " เจี้ยนหวู่ซ่วงกล่าวอย่างไม่แยแส
หลี่ฉีเย่ที่ตอนแรกหงุดหงิดกับความหยิ่งโยสของเจี้ยนหวู่ แต่ตอนนี้เขาชื่นชม " เจ้าาไม่เพียงหยิ่งยโสแต่ยังมีความทะเยอทะยานที่ดี ! ทว่าน่าเสียดายที่เจ้าเกิดมาผิด เจตจำนงแห่งสวรรค์ยุคนี้เป็นของข้า "
" เช่นนั้นเปลี่ยนเป็นตัวตนที่ท้าทายจักรพรรดิอมตะเป็นอย่างไร ? " เจี้ยนหวู่ซ่วงมุ่งไปยังการท้าทายหลี่ฉีเย่ แม้ว่านางจะภักดีกับเขา แต่ไม่ได้หมายความว่านางจะไม่ท้าทายเขา
หลี่ฉีเย่ยิ้มให้กับคำยั่วยุของนางและเอ่ย " ตัวตนที่ท้าทายจักรพรรดิอมตะได้ ? แน่นอนว่าเป็นไปได้และข้าจะทำมัน ! "
" เช่นนั้นก็ดี " นางนั้นพึงพอใจกับคำตอบนี้ การมาจากตระกูลเจี้ยนเป็นธรรมดาที่นางจะฉลาด ทว่าหลังจากร่วมเป็นพยานกับอำนาจท้าทายสวรรค์ของหลี่ฉีเย่ มุมมองของนางที่มีต่อหลี่ฉีเย่ก็เปลี่ยนไป ทุกสิ่งที่ออกมาจากปากของหลี่ฉีเย่ดูเหมือนจะน่าสนใจมาก
หลี่ฉีเย่ส่ายหัว " เจ้าเข้าใจผิดบางอย่าง เมื่อข้าพุดถึงการท้าทายจักรพรรดิ นั้นหมายถึงเหล่าจักรพรรรดิอมตะสามัญในอดีต แต่กับข้า ? เป็นไปไม่ได้ ข้าจะกลายเป็นจักรพรรดิบรรพกาล !"
" หยุดโอ้อวดซะ " เจี้ยนหวู่ซ่วงจ้องเขาอย่างเย็นชา แม้ว่านางจะไม่แน่ใจเกี่ยวกับคำประกาศของเขา แต่นางก็ไม่กล้าปฏิเสธมันเช่นกัน
" เจ้าจะเห็นเอง " หลี่ฉีเย่อมยิ้ม " ทว่าหากเจ้าต้องการพลังท้าทายจักรพรรดิ เช่นนั้นเจ้าต้องเตรียมตัว กระบวนการนี้ไม่ง่ายและเจ้าต้องมีหัวใจเต๋าที่แข็งแกร่งพร้อมกับความอดทน มันมีทางสำเร็จในระยะเวลาสั้นๆ "
" เพียงบอกมา ว่าข้าต้องทำอะไร ? " เจี้ยนหวู่ซ่วงกล่าวอย่างมั่นใจ
" สิ่งแรกที่ข้าต้องทำก็คือเปลี่ยนอาวุธพรสวรรค์ของเจ้า " หลี่ฉีเย่กล่าวอย่างจริงจัง " เจ้ายอมรับมันได้หรือไม่ ? "
การแสดงออกของเจี้ยนหวู่ซ่วงเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วหลังจากได้ยินสิ่งนี้ นางไม่ใช่เมื่อใหม่ในด้านการบ่มเพาะ นางนั้นมีพลังมากพอและจะกลายเป็นบรรพชนเที่ยงธรรมในเวลาไม่นาน
ผู้ฝึกตนที่มาถึงระดับนี้จะต้องมีอาวุธพรสวรรค์ที่ทรงพลัง ในกรณีของเจี้ยนหวู่ซ่วง อาวุธของนางนั้นผ่านกระบวนการกลั่นมาหลายครั้งและทรงพลังมาก
" เจ้าควรจะรู้ว่าอาวุธพรสวรรค์ของข้านั้นกลั่นมาจากหินชะตาสวรรคเก้าตัวอักษร มันไม่มีอะไรในโลกจะดีกว่านี้ " เจี้ยนหวู่ซ่วงกล่าวอย่างจริงจัง
หลี่ฉีย่เอ่ยด้วยรอยยิ้ม " เจ้าเข้าใจผิดแล้วเกี่ยวกับเรื่องนี้ มันไม่มีอะไรดีหรือแย่เกี่ยวกับหินชะตาสวรรค์ มีเพียงเหมาะสมหรือไม่ "
หลังจากกล่าวเสร็จหลี่ฉีเย่ก็มองนางอีกครั้ง " เจ้าต้องเปลี่ยนหากเจ้าต้องการเดินตามเส้นทางของบรรพบุรุษ จักรพรรดิอมตะตี๋ยี่เจี้ยน เจ้าควรจะเข้าใจว่าแม้ว่าอาวุธพรสวรรค์ของเจ้าจะเกี่ยวข้องกับธนูและทรงพลังมาก แต่มันก็ไม่ได้ช่วยไปให้ถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางสายนี้ "
" ผู้ฝึกตนนั้นต่างออกไปในแต่ละคน บางคนไปถึงจุดสูงสุดโดยการทำอย่างเดียวขณะที่อีกคนใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อให้ถึงจุดสูงสุด เจ้า ? เจ้าจะเดินไปยังหนึ่งในเส้นทางก่อนจะไปถึงจุดสูงสุด ! " หลี่ฉีเย่เอ่ย " หากเจ้าต้องการเหนือกว่าบรรพบุรุษ เจ้าจะไปถึงจุดสูงสุดแห่งศาสตร์ธนูและเปลี่ยนหัวใจเป็นดั่งลูกศร มีเพียทางนี้ที่จะเหนือกว่า ไม่เช่นนั้นเจ้าไม่มีทางเหนือกว่าบรรพบุรุษ ! "
เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นกลายเป็นเงียบหลังจากได้ยินเรื่องนี้ นางนั้นมีอาจารย์ที่ฉลาดจากหลายเชื้อสายมากสอน แต่แม้แต่เทพบรรพชนก็ไม่สามารถอธิบายนางให้เข้าใจเช่นนี้ได้ นี้เป็นเพราะบรรพบุรุษของนางไม่ได้สุดทางสายนี้ ดังนั้นเส้นทางในอนาคตจึงไม่มีใครรู้
เจี้ยนหวู่ซ่วงอดไม่ได้ที่จะเอ่ย " เจ้าจะเปลี่ยนเป็นหินโชคชะตาแบบใด ? เป็นเรื่องยากมากที่จะหาหินที่เกี่ยวข้องกับธนู ไม่ต้องกล่าวถึงมันต้องกำราบเกาทัณฑ์สยบเก้าโลกได้ "
ในความจริงนางนั้รักธนูนี้มากหลังจากได้รับมัน นางมุ่งมั่นและจะใช้ความพยามทั้งหมดปรับแต่งธนูนี้ตลอดชีวิตที่เหลือ !
ตระกูลเจี้ยนเป็นที่รู้จักกันในฐานะนักธนู พวกเขามีธนูที่แข็งแกร่งนับไม่ถ้วนและที่สำคัญมีธนูจักรพรรดิ ทว่าธนูนี้เหนือกว่าธนูจักรพรรดิ ดังนั้นหากตระกูลต้องการอยู่เหนือกว่าบรรพบุรุษ พวกเขาจะปรับแต่งธนูทีเหนือกว่าขึ้นมา !
นางนั้นเข้าใจคำกล่าวนี้หลังจากได้รับเกาทัณฑ์สยบเก้าโลกมาก มันสามารถกำราบธนูของบรรพบุรุษได้ แม้ว่ามันจะไม่ใช่สมบัติระดับแท้จริง นางก็พิจรณาว่ามันอาวุธที่สำคัญที่สุดของนาง ! มันอยู่สูงกว่าอาวุธพรสวรรค์ของนางซะอีก
" ข้าเลือกให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว " หลี่ฉีเย่หยิบหินโชคชะตาออกมาและมอบให้นาง " ข้าวางแผนที่จะใช้หินนี้แทน เจ้าเริ่มปรับแต่งมันได้เลยหากเจ้าพร้อม "
ในอดีต หลี่ฉีเย่ได้รับหินชะตาสวรรค์จำนวนมากมาจากหลุมฝังศพแห่งลางร้าย หลายก้อนในพวกมันเป็นระดับเก้าตัวอักษร
" หินชะตาสวรรค์นี้มีเพียงหนึ่งอักษร ! " เจี้ยนหวู่ซ่วงมองมันอย่างไม่ค่อยพอใจ !
815มีไหมคับ
ตอบลบ