810
อนที่ 810 ราชันนกเจิงเฟย
ราชันนกทันใดนั้นก็ค่อยๆปรากฏต่อหน้าฝูงชน เจิงเฟยนั้นไม่ได้สวมเสื้อผ้าสะดุดตา เขาสวมเสื้อธรรมดาพร้อมกับผ้าคลุม นี้ทำให้เขาดูเป็นผู้ทำธุรกิจมากกว่าผู้ฝึกตน
ทว่าไม่มีใครกล้าจะดูถูกเขาหลังจากเห็นสายตาเขา พวกมันแหลมคมราวกับนกอินทรี ใครที่ถูกจ้องมองด้วยสายตานี้จะรู้สึกเป็นเหยื่อ
เขามีกลิ่นอายหนาวเย็น สัญลักษณ์ของความเหี้ยมโหด รัศมีที่ถูกปล่อยออกมาจากรอบตัวเขาแสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา ซู่หมิงเฉินทันใดนั้นก็รีบไปทักทายพร้อมกับแขกคนอื่น
มีเพียงหลี่ฉีเยที่นั่งอยู่กับที่และเหลือบมองโดยไม่เอ่ยสิ่งใด
เจิงเฟยนั้นรู้สึกภูมิใจที่ได้รับการตอนรับจากคนมากมาย เขาพยักหน้าทักทายกลับ มีเพียงราชันเทพสวรรค์อย่างผู้นำเผ่าปีศาจศักดิ์สิทธิ์และผุ้นำนิกายหลุมกะโหลกที่ควรค่าให้เขาเคารพ !
บรรดาผู้นำทั้งหมดนั้นไม่พอใจอย่างมากที่เห็นหลี่ฉีเย่นั่งอยู่กับที่และไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ทว่าพวกเขาก็ไม่สนใจและพูดคุยกับเจิงเฟยแทน
" นายน้อยเจิงเฟยนั้นเดินทางมาไกล มีสิ่งใดลำบากหรือไม่ ? " ราชันรีบเอ่ยดึงดูดเขาอย่างรวดเร็ว " ประเทศของข้านั้นมีวิหารโบราณ ไม่ทราบว่านายน้อยสนใจจะไปดูหรือไม่ ? "
" วิหารโบราณ ? วิหารโบราณแบบใด ? " เจิงเฟยเริ่มสนใจหลังจากได้ยินเรื่องนี้
เจิงเฟยนั้นแตกต่างอย่างมากหากเทียบกับศิษย์พี่ลำดับหนึ่งของเขา เจ้าชายวัวทองคำนั้นมุ่งมั่นในการบ่มเพาะ ทว่าเขานั้นชำนาญเป็นพิเศษเกี่ยวกับวัตถุโบราณ กล่าวให้ตรงคือเขามีความหลงใหลในเรื่องโบราณคดี หนึ่งในสิ่งที่เขาชอบมากที่สุดก็คือขุดหลุมฝังศพเก่าหรือที่เก็บสมบัติของนิกายโบราณ แน่นอนว่าการกระทำดังกล่าวบางครั้งอาจะล้มเหลว แต่บางครั้งก็ได้ผลลัพธ์ที่น่าอัศจรรย์
เป็นเพราะเหตุนี้เจิงเฟยจึงต้องการซื้อที่ดินตระกูลเถี่ยเพื่อดูว่าเขาสามารถหาสมบัติภายในได้หรือไม่
ราชันนั้นสังเกตเห็นความสนใจของเขาและเอ่ย " วิหารโบราณนี้มีประวัติศาสตร์ที่ดี มันเคยถูกครอบครองโดยปีศาจโบราณ ! "
" ปีศาจโบราณ ? " เจิงเฟยเหมือนจะสนใจมากขึ้นและพยักหน้า " ข้าจะไปดูหากข้ามีเวลา "
" นิกายของข้าเองก็ยังมีหลุมฝังศพแปลกๆปรากฏขึ้น มันมีปรากฏการแปลกๆเกิดขึ้นรอบๆ " ผู้นำคนอื่นก็พยามเสนอเรื่องราวคล้ายกับราชันคนแรก
ในจิตใจของพวกเขาเจิงเฟยนั้นยังเด็ก ดังนั้นนี้เป็นเวลาที่ดีที่จะทำให้เขาพอใจ ต่อมาเมื่อเจิงเฟยกลายเป็นผู้อาวุโสของหุบเขา พวกเขาอาจจะได้รับความช่วยเหลือ
ในหมู่พวกเขามีเพียงผู้นำเผ่าปีศาจศักดิ์สิทธิ์และผู้นำหลุมกะโหลกที่ยังเงียบ พวกเขาเป็นนิกายระดับแรก นอกจากนี้พวกเขายังเป็นราชันเทพสวรรค์ การมางานเลี้ยงเจิงเฟยก็เพียงพอแล้ว พวกเขาไม่จำเป็นต้องสร้างความโปรดปรานใดๆ
" เจ้า..." ในช่วงเวลาแห่งการพูดคุยที่รื่นรมย์ ผู้ติดตามของเจิงเฟยทันใดนั้นก็เปลี่ยนไปหลังจากเห็นหลี่ฉีเย่
ชายคนนี้ไม่ใช่ใครนอกจากมาร์ควิสฉีหลินที่เจอที่ตระกูลเถี่ย เขามากับเจิงเฟยเพื่อจัดการกับหลี่ฉีเย่และไม่คาดจะเห็นหลี่ฉีเย่ที่นี่ !
ปฏิกิริยาแรกของเขาคือถอยหลังไปหลังจากเห็นหลี่ฉีเย่ ทว่าไม่นานก็สงบลงเพราะจำได้ว่าตัวเขามาพร้อมกับเจิงเฟย นี้ทำให้เขากล้าหาญมากขึ้น
เขาชี้นิ้วไปที่หลี่ฉีเย่และตะโกน " ศิษย์พี่เจ้าสารเลวนี้ที่ฆ่าผู้ติดตามของเรา ! เขาประกาศว่าจะฆ่าท่านและเหยียบย่ำหุบเขาของพวกเรา ! "
ยิ่งเห็นคนที่มากับเขามันทำให้เขาเต็มไปด้วยความกล้ามากขึ้น ! เขาต้องการให้ศิษย์ลำดับสองทำลายหลี่ฉีเย่ เพื่อที่เขาจะล้างความอัปยศได้
การตะโกนของมาร์ควิสทำให้แขกจำนวนมากมองไปยังหลี่ฉีเย่ พวกเขาคิดนี้อาจจะเป็นโอกาสที่ดีในการสร้างความโปรดปรานให้เจิงเฟย
ซู่หมิงเฉินนั้นตรงกันข้าม เขารู้สึกราวกับอาบเหงื่อเย็น เขาหวังว่าหลี่ฉีเย่และเจิงเฟยจะนั่งลงและคุยกันดีๆ แต่ตอนนี้มาร์ควิสทำลายความหวังของเขาแล้ว !
หลี่ฉีเย่หัวเราะกับคำกล่าวของมาร์ควิสและไม่ปฏิเสธ " ดูเหมือนสุนัขเช่นเจ้าจะมีความจำที่ดี ถึงจำสิ่งที่ข้าพูดได้แม่นยำเช่นนี้ "
ใบหน้าของมาร์ควิสกลายเป็นน่าเกลียด ทว่าเมื่อเห็นศิษย์พี่หนุนหลังเขา เขาเอ่ย " เจ้าโง่กล้าที่จะกล่าวคำเช่นนั้นกับหุบเขา ไม่มีใครในโลกที่จะคุ้มหัวเจ้าได้ ! "
ขุนนางบางคนต้องการสร้างความโปรดปรานให้กับเจิงเฟย หนึ่งในนั้นตะโกนใส่หลี่ฉีเเย่ " เจ้าโง่ ! ถอนคำพูดซะ หุบเขาไม่สถานที่ที่เจ้าจะ..."
หลี่ฉีเย่โบกมือและเอ่ยอย่างไม่แยแส " นี้ไม่ใช่ธุระของเจ้าไสหัวไป ชายที่ข้าต้องการวันนี้คือเขา ! "
กล่าวเสร็จสายตาของเขาก็มองไปยังเจิงเฟย
ขุนนางคนนั้นโกรธหลังจากถูกขัดจังหวะโดยหลี่ฉีเย่ เขานั้นเป็นคนมีอำนาจ จะยอมให้คนไร้หัวนอนนี้มาขัดเขาได้ยังไง !?
แม้แต่ผู้นำเผ่าปีศาจศักดิ์สิทธิและผู้นำหลุมกะโหลกก็ยังสงสัยว่าหลี่ฉีเย่เป็นคนถึงได้หยิ่งยโสต่อหน้าเจิงเฟยได้
หลังจากคำนั้นออกมาเจิงเฟยก็มองไปยังหลี่ฉีเย่ หลังจากนั้นเขาก็ตกตะลึงหลังจากเห็นหน้าหลี่ฉีเย่ชัดๆและเดินเข้าไปหาช้าๆ
มาร์ควิสนั้นคิดว่าศิษย์พี่ของเขากำลังจะโจมตีหลี่ฉีเย่ ดังนั้นเขาจึงตะโกนอย่างกล้าหาญ " ศิษย์พี่ฆ่าเจ้าสารเลวนี้เพื่อความรุ่งเรืองของหุบเขากลืนสวรรค์ของเราและอย่าปล่อยให้เขา..."
" ปัง ! " แต่ก่อนที่เขาจะกล่าวจบ เจิงเฟยหันไปตบหน้าของเขาและทิ้งรอยฝ่ามือไว้
การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้มาร์ควิสตกตะลึง เขาไม่เคยคาดฝันว่าศิษย์พี่ของเขาจะตบเขาแทนที่จะเป็นหลี่ฉีเย่
เจิงเฟยนั้นไม่ได้สนใจมาร์ควิส ก่อนจะเดินเข้าไปและผสานมือเอ่ย " ข้าขอทราบนามของท่านได้หรือไม่ ? "
หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาและเอ่ย " หลี่ฉีเย่ "
ชื่อนี้เหมือนมีค้อนทุบไปที่อกของเขาและทำให้หายใจมาก สำหรับศิษย์จากเชื้อสายจักรพรรดิ ชื่อของหลี่ฉีเย่เป็นเหมือนหายนะ ! เขาจะไม่รู้จักหลี่ฉีเย่ได้ยังไง ? นี้คือคนที่ฆ่าอัจฉริยะในโลกสมุนไพรหิน รวมถึงยังฆ่าผู้อาวุโสจากหุบเขากลืนสวรรค์ !
นี้คือศัตรูที่ยิ่งใหญ่ นิกายของเขามีรูปชายคนนี้ และผู้อาวุโสได้คุยถึงเรื่องนี้มาก่อน พวกเขาจะไม่ปล่อยเรื่องนี้ไปจนกว่าจะฆ่าหลี่ฉีเย่ได้ !
ใครจะคิดว่าหลี่ฉีเย่จะมาถึงประตูบ้านพวกเขา ? ตอนนี้เขาอยู่ที่เขตอสูรและนิกายของพวกเขาอยู่ที่นี่ !
เจิงเฟยนั้นเป็นคนฉลาด เขานั้นสูดลมหายใจลึก่อนจะผสานมือกันอีกครั้ง " ที่แท้คือเทพแห่งเขตนักปรุงยาในรุ่นนี้ ศิษย์พี่หลี่ เป็นเกียรติที่ได้พบท่าน "
ทุกคนที่อยู่ที่นี่โดยเฉพาะผู้นำเผ่าปีศาจศักดิ์สิทธิ์และผู้นำหลุมกะโหลกต่างสั่นสะท้านหลังจากได้ยินชื่อนี้ แม้ว่าพวกเขาจะเป็นราชันเทพสวรรค์ก็ตาม
เทพแห่งยุค ! หลังจากได้ยินชื่อหลี่ฉีเย่ สำหรับผู้นำทุกคนพวกเขารู้ดีนี้เป็นเพียงคำชม ใครจะไม่รู้บางว่าชายคนนี้ไร้ปราณีแค่ไหน !?
ฆ่านายน้อยเป่ยหยู่ , ทำลายตระกูลเซียน และกระทั้งสยบอาณาจักรนักปรุงยา - ทุกอย่างที่เขาทำล้วนสั่นสะท้านโลก ! ฉายาจอมโหดเหี้ยมนั้นถูกสร้างขึ้นมาจากเลือดและกระดูกที่เขาทำลายไป !
" เป็นเกียรติ ? " หลี่ฉีเย่ยิ้มหลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ เขารู้ความบาดหมางระหว่างเขาและหุบเขาดี
ทว่าเขาไม่ได้สนใจเรื่องดังกล่าวก่อนจะโบกมือและเอ่ย " ไม่ว่าจะเป็นเทพแห่งยุคหรือเจ้าจะรู้สึกเป็นเกียรติไม่ไม่สำคัญ ในเมื่อเจ้าสุภาพมาข้าก็จะไว้หน้าเจ้า ข้าได้ยินว่าเจ้าต้องการที่ดินตระกูลเถี่ย "
" ที่ดินตระกูลเถี่ย ? " เจิงเฟยสังเกตเห็นเถี่ยหลานที่อยู่ด้านหลังและตระหนักถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ! เขานั้นต้องการที่ดินนี้จริงๆ ในฐานะขุนนางของประเทศและศิษย์ของหุบเขา เขาไม่ต้องการใช้กำลังบังคบเอาจากมนุษย์ รวมถึงเขายังให้หน้าราชันวัวตัดสินใจ ดังนั้นเขาจึงบอกว่าเขาจะซื้อมัน
ทว่าน่าเสียดายแม้จะเป็นข้อเสนอที่ดีแต่เถี่ยหลานยังก็ปากแข็ง แม้ว่าเขาจะยกข้อเสนอใดๆนางก็ยังปฏิเสธ
" ไม่ นี้ไม่จริง ! " เจิงเฟยปฏิเสธข้อกล่าวหานี้อย่างรวดเร็ว
" เช่นนั้นรึ ? " หลี่ฉีเย่ยิ้มก่อนลูบคางเหมือนคิดอะไรอยู่ จากนั้นก็มองที่มาร์ควิสและเอ่ย " เช่นนั้นแล้วเขาตามคำสั่งใคร ? หรือเขาตัดสินใจทำมันด้วยตัวเอง ? ข้าเห็นทุกอย่างด้วยสายตัวเอง "
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น