808

ตอนที่ 808 ราชันวัวเจ้าเล่ห์

หลังจากค่อยๆสงบสติอารมณ์ลงได้ ราชันวัวก็สูดลมหายใจและโค้งคำนับหลี่ฉีเย่ " นายน้อยหลี่มาเยี่ยมเป็นเกียรติของประเทศเราจริงๆ การปรากฏตัวของท่านจะนำแสงสว่างมาให้พวกเราที่ต่ำต้อย พวกเราไม่รู้ว่าท่านกำลังมา ดังนั้นโปรดอภัยสำหรับการตอนรับที่ไม่ดีด้วย "

ราชันรู้สิ่งที่หลี่ฉีเย่เคยทำ เขามีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อไม่นานมานี้ เมื่อคิดถึงมันราชันวัวอดไม่ได้ที่จะกลัว

ในฐานะผู้ปกครองประเทศ เขาได้ยินเหตุการณ์ในโลกสมุนไพรหินมาบ้าง ชื่อเสียงของหลี่ฉีเย่ได้เหนือกว่ายอดอัจฉริยะเย่ฉิงเฉินไปแล้ว

ฆ่าโจกัวเย้า ทำลายตระกูลเซียน เอาชนะนักปรุงยาผมขาว ต่อสู้กับอาณาจักรนักปรุงยาเพียงลำพัง...เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนสั่นสะเทือนโลก ดังนั้นฉายาจอมโหดของหลี่ฉีเย่จึงกระจายไปในช่วงเวลาสั้นๆ

ดังนั้นเมื่อชายคนนี้ปรากฏตัวที่ประเทศของเขา จะไม่ให้เขากระวนกระวายได้ยังไง ? สัตว์ประหลาดที่โหดร้ายนี้กล้าที่จะสู้กับอาณาจักรนักปรุงยา ประเทศเล็กของเขาคงไม่อาจพบกับหายนะเช่นนั้นได้ เขาอยากรู้ว่าทำไมหลี่ฉีเย่จึงปรากฏตัวที่นี่ แต่เขาไม่กล้าถาม

หลี่ฉีเย่พยักหน้าก่อนจะตอบอย่างสุภาพ " ในเมื่อเจ้านั้นสุภาพกับข้า ข้าก็จะบอกบางอย่างข้าจะอยู่ที่นี่เพียงไม่นานและไม่ได้ต้องการซ่อนตัวในประเทศของเจ้า "

หลี่ฉีเย่จะไม่รู้การแสดงออกและความคิดของราชันได้อย่างไร ?

ซู่หมิงเฉินยิ้มขมขื่นและรีบเอ่ย " มันเป็นเกียรติของพวกเราที่นายน้อยหลี่มา ได้โปรดอยุ่เป็นแขกและบอกพวกเราได้ตลอดเวลาท่านต้องการอะไร ตราบใดที่ข้าสามารถทำได้ข้าจะทำมันอย่างดีที่สุด "

เขานั้นเป็นคนฉลาดและพยามจะไม่สร้างความบาดหมางใดๆกับหลี๋ฉีเย่ ในความจริงประเทศของเขาเป็นเพียงประเทศเล็กๆ ประเทศระดับสอง ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในประเทศก็คือตัวเขาเอง

เขาจะกล้าหยิ่งยโสได้อย่างไร ? หากเขายังต้องการจะอยู่รอดเขาจะต้องทำให้ชายคนนี้พอใจ !

ดังนั้นแม้จะเป็นองค์รักเทพสวรรค์เขาก็ไม่หยิ่งยโส เขาทำทุกอย่างอย่างใจเย็นและปราณีต

เหล่าศิษย์จากนิกายทรงอำนาจไม่อาจเทียบเขาในเรื่องนี้ได้ ศิษย์จากนิกายทรงอำนาจมักจะแข็งแกร่งและหยิ่งยโสเสมอและคิดว่าพวกเขานั้นสูงส่ง

ในทางตรงกันข้าม ซู่หมิงเฉินนั้นเป็นตัวตนที่สุภาพ นี้ทำให้เขาเอาชีวิตรอดมาได้ถึงปัจจุบัน

ดวงตาของหลี่ฉีเย่หรี่ลงและยิ้มหลังจากได้ยินคำล่าวของซุ่หมิงเฉิน " ใรเมื่อราชันวัวกล่าวเช่นนั้น ข้าคงไม่เกรงใจ ข้ามีบางอย่างอยากให้เจ้าช่วย "

ซู่หมิงเฉินหวาดกลัวออกมาจากก้นบึ้งของใจ แม้ว่าหลี่ฉีเย่จะไม่เผยคำร้องขอ แต่เขาก็รู้สึกถึงลางไม่ดี แน่นอนเขากัดฟันและเอ่ย " นายน้อยหลี่ต้องการอะไร ? ตราบใดที่อยู่ในอำนาจข้ายินดีทำให้ "

หลี่ฉีเย่อมยิ้มและเอ่ย " เรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก ข้าเพียงอยากให้เจ้าส่งข้อความ "

" นายน้อยหลี่โปรดบอก " ซู่หมิงเฉินเสียวสันหลังวาบ เขาจะไม่ตื่นตระหนักได้ยังไง ? สัตว์ประหลดานี้กล้าสู้กับอาณาจักรนักปรุงยา ประเทศเล็กๆของเขาไม่อาจต้านทาน

หลี่ฉีเย่เอ่ยเสียงเรียบ " นี้เป็นข้อตกลง ข้าได้ยินว่าราชันนกอะไรนั้นต้องการที่ดินตระกูลเถี่ย ราชันวัวกลับไปบอกมันนับแต่นี้เป็นดินแดนตระกูลเถี่ยอยู่ภายใต้การคุ้มครองของข้า หากพวกเรากล้าที่จะมีความอยากได้มันอีก ข้าจะแขวนหัวพวกมันที่ประตูเมืองไฟสวรรค์ "

เถี่ยหลาน คนที่ยืนอยู่ด้านข้างสั่นหลังจากได้ยิน ไม่ต้องสงสัยนางไม่ยินยอมกับการตัดสินใจของหลี่ฉีเย่

ราชันวัวตรงกันข้ามรู้สึกจิตใจของเขาได้พังทลายลงหลังจากได้ยิน นี้มันเหมือนกับต้องการชีวิตของเขา !

" นะ นายน้อยหลี่..ปะ.โปรดลองคิดอีกที.." ซู่หมิงเฉินนั้นไม่รู้แล้วว่าจะเอ่ยสิ่งใด

" โอ้ว ดูเหมือนราชันวัวจะเห็นเป็นเรื่องยาก ? " หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาและเอ่ย

ซู่หมิงเฉินสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ย " นายน้อยหลี่ข้าก็อยากจะทำให้สิ่งนี้ให้ท่าน แต่นี้อาจจะเป็นปัญหาเล็กน้อย นายน้อยหลี่ควรจะรู้ว่าประเทศหัววัวของข้าเป็นเพียงประเทศเล็กๆ "

เขาหยุดชั่วคราวก่อนจะเอ่ยต่อ " พวกเราเป็นเพียงประเทศที่ไม่มีความกล้าที่จะสู้กับหุบเขากลืนสวรรค์และต้องการการปกป้อง ทว่าราชันนกจิงเฟยไม่เพียงเป็นผู้ปกครองประเทศ เขายังเป็นศิษย์ของหุบเขากลืนสวรรค์และมีผู้อาวุโสค่อยหนุนหลัง และยังเป็นน้องชายของเจ้าชายวัวทองคำ "

" ดูเหมือนเจ้าจะกลัวเขามาก " หลี่ฉีเย่เอ่ย

ซุ่หมิงเฉินกล่าวอย่างขมขื่น " นายน้อยหลี่ข้านั้นเป็นคนไร้ตัวตนเช่นเดียวกับประเทศของข้า พวกเราต้องการการอยู่รอดและมีอาหารกิน ตัวตนอย่างนายน้อยหลี่และสัตว์ประหลาดอย่างหุบเขาอยู่บนจุดสูงสุดขณะที่ข้าเป็นเพียงมด หากไม่ระวังข้าจะถูกบดขยี้ได้ง่ายๆ "

เขารู้สึกขมขื่นที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมา แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าทำไมเจิงเฟยต้องการซากปรักหักพังนี้ เจิงเฟยก็ได้กดดันเขาและไม่ใช่สิ่งที่ประเทศหัววัวของเขาจะรับได้

เถี่ยหลานไม่ได้ขายตระกูลเถี่ยนั้นเป็นเรื่องลำบากก็จริง ทว่าเขาก็ยังมีวิธีช่วยเถ่ยหลาน แต่ตอนนี้จอมโหดหลี่ฉีเย่กก้าวเข้ามาและท้าทายเจิงเฟย นี้ทำให้เขารู้สึกทำอะไรไม่ถูก

หลี่ฉีเย่หัวเราะเอ่ย " เจ้าคิดว่ามันง่ายสำหรับข้าแค่ไหนที่จะบดขยี้เจ้าและราชันนกนั้นจนตาย ? "

ซู่หมิงเฉินยิ้มอย่างขมขื่นและไร้ความหวัง " นายน้อยหลี่สามารถบดขยี้ได้ข้าได้ราวกับมด แต่ข้ายังหวังว่านายน้อยหลี่จะเมตตา "

คำกล่าวเหล่านี้นั้นจริงใจอย่างมาก ขุนนางหรือผู้ปกครองประเทศเล็กๆบางครั้งก็จำเป็นต้องก้มหัวลง

" คำกล่าวของเจ้านั้นมันน่าสงสารเกินไปและข้ารู้สึกไม่ดีที่จะดึงเจ้าลงมา " หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

ซู่หมิงเฉินรีบยิ้มอย่างรวดเร็วและเอ่ย " แม้ว่าข้าจะไม่สามารถเตือนราชันนกให้นายน้อยหลี่ได้ พวกเรากำลังจะมีงานเลี้ยงเล็กๆในวังของข้า ราชันนกนั้นมาเป็นแขก หากนายน้อยหลี่ยินดี เช่นนั้นข้าสามารถแนะนำพวกท่านทั้งสองและหาโอกาสในการตกลงกันได้ "

เขานั้นหวังให้ทั้งสองพูดคุยกับอย่างธรรมชาติและมีผลลัพธ์ที่ดี ไม่เช่นนั้นเพลิงแห่งสงครามจะทำให้ประเทศของเขาเป็นกองขยะ

หลี่ฉีเย่ลูบคางของเขาก่อนจะเอ่ยด้วยรอยยิ้ม " ในเมื่อราชันวัวมีความตั้งใจที่ดี เช่นนั้นข้าจะเดินทางไปที่นั้น "

" ไม่มีอะไรจะดีไปกว่านี้อีกแล้ว ! " ซู่หมิงเฉินมีความสุขหลังจากได้ยินและเอ่ย " ประตูของประเทศเปิดรับนายน้อยหลี่ตลอดเวลา "

เขารู้สึกโล่งใจหลังจากเห็นการแสดงออกของหลี่ฉีเย่ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ดุร้ายและชอบการฆ่าเหมือนกับในข่าวลือ ดูเหมือนจะยังมีความเป็นเหตุผลในตัวเขาและอาาจจะพูดคุยกันได้

เขาไม่รู้ว่าเจตนาฆ่าของหลี่ฉีเย่นั้นเฉพาะเจาะจงมาก เขาเป็นคนประเภทแสดงอย่างอ่อนโยนและตอบโต้อย่างหนัก ยิ่งศัตรูหยิงยโสมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งยินดีจะฆ่าพวกมัน !

สุดท้ายซู่หมิงเฉินก็คุยกับหลี่ฉีเย่เล็กน้อยก่อนจะจากไป

หลังจากเขาจากไป เถี่ยหลานก็มองหลี่ฉีเย่และเอ่ย " เจ้าต้องการอะไรจากตระกูลเถี่ยของข้า ? สมบัติอะไรที่เจ้าต้องการหา ? "

หลี่ฉีเย่เหลือบมองเถี่ยหลานก่อนจะหัวเราะและเอ่ย " หากข้าต้องการบางสิ่งและเจ้าจะทำอะไรได้ ? ข้าสามารถฆ่าเจ้าได้เพียงกระดิกนิ้ว รวมกับตระกูลเถี่ยของเจ้าไม่มีอะไรที่ข้าต้องการ ข้าต้องการเพียงของของข้าคืน "

นางแค่นเสียงเย็นชา " ตระกูลข้าไม่มีอะไรที่เป็นของเจ้า ! "

" เจ้ารู้ได้ยังไงว่ามันไม่มี ? เจ้ารู้เกี่ยวกับบรรพบุรุษและเรื่องในอดีตแค่ไหน ? " หลี่ฉีเย่ส่ายหัวเอ่ย " หยุดสงสัยข้าซะ ข้ามาทีนี่เพื่อช่วยเจ้าเพราะเจ้าคนเดียวไม่มีทางปกป้องตระกูลเถี่ยได้ เจ้าคิดว่าซู่หมิงเฉินสามารถช่วยเจ้าได้ ? นี้อาจะจดูรุนแรง แต่เมื่อถึงเวลาเขาอาจจะขายเจ้าให้กับหุบเขา เจ้าคิดว่าตัวเองสำคัญมากกว่าประเทศเขารึไง ? "

" นี้เจ้า.." การแสดงออกของเที่ยหลานนั้นจมลง นางคาดเดาได้ว่าอาจจะมีเรื่องแบบนั้น นางหายใจเข้าลึกและเอ่ย " ตระกูลเถี่ยของข้าไม่จำเป็นต้องให้คนที่ไม่รู้ต้นกำเนิดและเป็นปริศนามาคอยช่วย "

หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางก่อนจะเอ่ย " เด็กน้อยอย่าได้ประเมินตัวเองสูงเกินไป ความแข็งแกร่งของเจ้าอาจจะดีในหมู่มนุษย์ แต่สำหรับข้าเจ้าเป็นเพียงแมลง อีกอย่างข้าช่วยตระกูลเถี่ย ไม่ใช่เจ้า ! "

ความคิดเห็น