807
ตอนที่ 807 ราชันวัว
หลี่ฉีเย่ท่องบทสวดต่อหน้าจารึกหินเป็นเวลานานในแต่ละวันขณะที่เขาอยู่ที่ตระกูลเถี่ย
เต่าชราที่ชอบโอดครวญก่อนหน้าสุดท้ายเขาก็ทำสำเร็จ แม้ว่าทัศนคติของนางยังเย็นชา แต่นางก็ไม่ได้พยามจะไล่หลี่ฉีเย่ไป การแสดงออกของนางแสดงออกมาอย่างชัดเจนว่านางไม่ตอนรับแขกคนนี้
แน่นอนหลี่ฉีเย่ไม่ได้สนใจกับการแสดงออกที่ไม่ตอนรับเขา เพราะให้ความสนใจกับจารึก ตรงกันข้ามเถี่ยหลานพบว่ามันแปลกที่เห็นหลี่ฉีเย่นั่งท่องบทสวดอยู่หน้าจารึกทุกวัน
แม้ว่าจะมีข่าวลือว่าตระกูลนางนั้นมีสมบัติซ่อนอยู่ แต่ไม่มีใครรู้ความจริง เถี่ยหลานเองก้ไม่เชื่อเช่นกัน
นี้เป็นข่าวลือที่แพร่กระจายโดยบิดาของนาง แต่เขาเสียชีวิตไปนานแล้ว ! แม้กระทั้งผู้ได้ยินข่าวลือตั้งแต่แรกก็ยังไม่เชื่อ
นางนั้นมีความคับข้องใจกับบิดา สมบัติชิ้นสุดท้ายของตระกูลถูกเขาทำลายไป นอกจากนี้ข่าวลือของเขายังมาทำลายตระกูลเถี่ยแม้ว่าเขาจะเสียชีวิต
ในอดีตที่ผ่านมานางนั้นไม่ได้สนใจสมบัติ แม้แต่เหล่าโจรที่จ้องมาขโมยก็ถูกไล่โดยนาง ทว่าสิ่งที่ทำให้นางไม่สงบเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ศิษย์ลำดังสองของหุบเขาเจิงเฟย นำสัญญามาขอซื้อที่ดินตระกูลเถี่ย
เถี่ยหลานรู้ดีว่าเหตุผลเดียวที่เขาไม่ได้ใช่ใช้กำลังก็เพราะเห็นแก่หน้าราชันวัว นางนั้นเขาใจว่านางไม่คู่ต่อสู้ของหุบเขา ทว่านางนั้นไม่ยอมถอยหลังแม้จะรู้ว่าไม่มีโอกาสชนะ
หลี่ฉีเย่อยู่ที่นี่นานเกินกว่าสิบวัน ในวันนี้มีเมฆครึมปรากฏบนฟ้า ด้วยเสียงคำรามทันใดนั้นก็มีกระทิงปรากฏออกมาจากขอบฟ้า
" ฝ่าบาทเดินทางมายังรัฐไฟสวรรค์ของพวกเราด้วยตัวเอง..." หลายคนที่เห็นคนบนท้องฟ้าก้มลงกราบอย่างรวดเร็ว
" ฝ่าบาทคงมาที่นี่เพื่อพับกับแม่ทัพเถี่ย " บางคนคาดเดาได้ทันที
หลี่ฉีเย่สังเกตเห็นเหตุการณ์นี้ เขาเงยหน้ามองทองฟ้าและเห็นชายชราเดินเข้ามาในซ่กปรักหักพัง
ชายชราคนนี้มีดวงตาคู่ใหญ่เหมือนวัว เสื้อคลุมของเขาเปล่งกลิ่นอายจักรพรรดิที่ทรงพลัง
แม้แต่เถี่ยหลายผู้เย็นชาและไม่สนใจโลกก็ยังต้องออกมาทักทายเขา นางคำนับและเอ่ย " โปรดอภัยให้ข้าด้วยที่มาตอนรับท่านช้า ฝ่าบาท "
ชายชราคนนี้คือผู้ปกครองของประเทศหัววัวหรือราชาวัวซู่หมิงเฉิน เขานั้นเป็นปีศาจวัวที่ปกครองประเทศทั้งหมด นอกจากนี้เขายังเป็นองค์รักเทพสวรรค์ที่เก่งกาจ
" ยืนขึ้น " ซู่หมิงเฉินโบกมือของเขาและเอ่ย
หลังจากเถี่ยหลานยืนขึ้น ซู่หมิงเฉินก็ถอนหายใจเบาๆ " เถี่ยหลานทำเจ้าถึงปากแข็งเช่นนี้ ? ตระกูลเถี่ยของเจ้านั้นตกต่ำและราชันนกจ่ายในราคาสูงสำหรับที่นี่ ทำไมเจ้าถึงไม่ขายมัน ? "
เถี่ยหลานนั้นยืนอยู่อย่างเงียบๆ ซู่หมิงเฉินเป็นคนที่นางเคารพมากที่สุด เขาเคยเป็นเพื่อนที่ดีกับปู่ของนาง หลังจากพ่อของนางใช้สมบัติตระกูลไปหมด เขาเป็นคนเดียวที่ยังให้การสนับสนุนตระกูลเถี่ย
ซู่หมิงเฉินพยามโน้มน้าวเถี่ยหลาน " เถี่ยหลาน เจ้าคงไม่คิดจริงๆว่าตระกูลของเจ้ามีสมบัติซ่อนอยู่ ? บิดาของเจ้านั้นเป็นคนเพ้อและไร้สาระอย่างไม่น่าเชื่อ หลังจากเขาเสียเงินทั้งหมดก็บอกว่าตระกูลมีสมบัติเหลือก็เพื่อเพิ่มราคาที่ดินของตระกูล ! "
ราชันนั้นอดไม่ได้ที่จะเศร้าหลังจากยกเรื่องนี้ขึ้นมา เขาเป็นเพื่อที่ดีที่สุดกับปู่ของนางตั้งแต่ยังเยาว์ พวกเขาพจญภัยและลำบากมาด้วยกัน
แม้ว่าตระกูลเถี่ยยังคงตกต่ำในฐานะที่อยู่มานาน พวกเขาก็ยังมีสมบัติเหลือ
แต่น่าเสียดายพอที่ไร้ประโยชน์ของนางใช้พวกมันหมดอย่างสมบูรณ์ เขามักจะนำสมบัติของตระกูลไปขาย สุดท้ายเขาก็ทำให้บิดาตัวเองโกรธจนตาย
หลังจากบิดาของเขาตาย แกะดำตัวนี้ก็ใช้เงินอย่างบ้าคลั่ง ในที่สุดเขาก็ทำให้ตระกูลตัวเองล่มสลาย
แต่ดูเหมือนเถี่ยหลานจะยังไม่ยอมแพ้ แม้ว่านางจะไม่ใช่ผู้ฝึกตน แต่นางก็ยังฝึกฝนอย่างหนักและด้านวรยุทธ์และสร้างประโยชน์ให้กับประเทศมากมาย
แม้ว่าความแข็งแกร่งของนางเพียงพอแล้วที่จะทำให้นางสุขสบายไปทั่งชีวิต มันก็ยังไมพอที่จะฟื้นตระกูลได้ ตั้งแต่ตระกูลไม่ได้เหลืออะไรทิ้งไว้ นางก็ไม่มีอำนาจพอที่จะฟื้นฟูมัน
" ฝ่าบาทข้ารู้ แต่ตระกูลนี้เป็นบ้านของข้า " เถี่ยหลานเอ่ยตอบหลังจากเงียบไปนาน
ความจริงนางรู้สึกซาบซึ้่งต่อราชันวัวอย่างมาก ย้อนกลับไปยังตอนที่บิดานางขายสมบัติ ราชันวัวเป็นคนรับพวกมันเอาไว้
" เขารู้ว่าเจ้าต้องการปกป้องตระกูลเถี่ย " ซู่หมิงเฉินเอ่ย " แต่ไม่มีอะไรให้เจ้าปกป้องที่นี่ ! ทำไมเจ้าต้องต่อต้านราชันนกเพราะซากปรักหักพังพวกนี้ด้วย ? "
ราชันนั้นเอ่ยอย่างจริงจัง " เจ้าควรจะรู้ว่าราชันนกนั้นเป็นผู้ปกครองของประเทสขนนก เขานั้นเป็นศิษย์ลำดับสองของหุบเขากลืนสวรรค์ ดังนั้นพื้นหลังของเขาจึงน่ากลัว หากเจ้ายั่วยุเขาแม้แต่ข้าก็ไม่อาจะปกป้องเจ้าได้ "
" ฝ่าบาท ข้าไม่กล้าลากเรื่องนี้ให้เกี่ยวข้องกับท่าน " เถี่ยหลานเอ่ย " ข้ารู้ว่าตัวเองอ่อนแอและไม่สามารถสู้กับผู้ฝึกตนได้ แต่ข้าจะไม่ทิ้งต้นกำเนิดของข้า ! "
" โอ้เถี่ยหลาน เจ้ากำลังหาที่ตายแล้ว " ราชันวัวส่ายหัว " หากเจ้ายินดีข้าจะยกรัฐบูรพาให้ ! เจ้าได้ปกป้องชายแดนมาหลายปีและเจ้าควรจะได้รับมัน รัฐบูรพานั้นมีทัศนียภาพที่ดีเป็นสถานที่ที่เหมาะกับการเกีษยณ ทำไมเจ้าไม่ไปที่นั้นเพื่อเริ่มต้นใหม่ ? "
ราชันวัวนั้นต้องการดูแลเถี่ยหลานให้ดีเพราะเป็นหลานของสหายรัก ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ลงทุนปกป้องนาง
" ไม่ฝ่าบาท ข้าจะไม่ไปที่อื่นนอกจากตระกูลเถี่ย " เถี่ยหลานส่ายหน้าและเอ่ย " ข้านั้นเกิดที่ตระกูลเถี่ยดังนั้นข้าจะตายที่ตระกูล ข้าจะไม่ทิ้งมันแม้ว่าข้าจะเป็นคนเดียวที่เหลืออยู่ ! "
ราชันวัวรู้ดีว่าไม่มีทางแก้ไขความดื้อรั้นของเถี่ยหลานได้ เขาส่ายหัวและรู้ดีว่าไม่อาจปกป้องนางได้หากนางเป็นศัตรูกับหุบเขา !
ในช่วงเวลาที่สิ้นหวังนี้ ราชันจ้องไปยังคฤหาสน์ก่อนสายตาจะมองหลี่ฉีเย่และเต่าชรา เขาไม่ค่อยให้ความสนใจกับหลี่ฉีเย่เพราะคนคนนี้ดูธรรมดามาก
ทว่าเมื่อมองไปยังเต่าที่นอนอยู่กับพื้นทำให้เขารู้สึกสั่น ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ตระกูลเถี่ยมีผู้แข็งแกร่งระดับนี้ ?
ทั้งราชันและเต่านั้นเป็นองค์รักษ์เทพสวรรค์ ดังนั้นจึงไม่อาจพ้นสายตาเขาได้ การปรากฏตัวของเต่าในตระกูลเถี่ยทำให้เขาตกตะลึง
" ข้าขอท่านได้หรือไม่ว่าท่านนั้นมาจากที่ได้ ? " ราชันวัวนั้นยืนมือไปหวังจะกล่าวทักทายกับเต่าชรา
เต่าชราส่ายหัวและเอ่ย " ราชันวัวเจ้าผิดแล้ว ตัวเช่นข้าเป็นเพียงตัวตนต่ำต้อย ท่านตัวตนอมตะที่อยู่ที่นีคือเจ้านายที่แท้จริง " เต่าชรานั้นต้องการจะหลีกเลี่ยงปัญหา ดังนั้นเขาจึงพลักทุกอย่างไปให้กับหลี่ฉีเย่
ราชันวัวตกใจหลังจากได้ยินเรื่องนี้ องค์รักษ์เทพสวรรค์กับแสดงเคารพต่อผู้เยาว์คนหนึ่งนี้ทำให้เขาแปลกใจมาก ราาชันวัวเป็นคนที่มีประสบการณ์ ราชันวัวเกิดความสงสัยว่าชายคนนี้อาจจะมาจากเชื้อสายที่แข็งแกร่ง ดังนั้นราชันจึงไม่แสดงท่าทีเหยียดยามหรือดูถูก เขายืนมือไปให้หลี่ฉีเย่และเอ่ย " ข้าขอทราบนามของนายน้อยได้หรือไม่ ? ข้าซู่หมิงเฉินจากประเทศหัววัว "
การแสดงออกของเขานั้นสุภาพอย่างมาก แน่นอนว่าถ้าระดับเต่าชรายังแสดงความเคารพต่อชายหนุ่มตรง เขาเองก็ต้องแสดงความเคาพด้วยเช่นกัน
" หลี่ฉีเย่ " หลี่ฉีเย่พยักหน้าเมื่อเห็นการแสดงออกที่สุภาพของซู่หมิงเฉิน เขาก็ตอบกลับยางเป็นมารยาทเช่นกัน
" ละ ละ ละ หลี่ฉีเย่ ! " ราชันวัวหวาดกลัวจนเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง
เขารู้สึกแข้งขาอ่อนระทวยและกำลังจะล้มลงกับพื้น ชื่อหลี่ฉีเย่ทำให้เขาตกตะลึงอย่างแท้จริง
" นายน้อย หรือท่านคือเทพหลี่ฉีเย่แห่งเขตปรุงยา " ขณะทีเขากล่าวเขารู้สึกปากของเขาสั่น
ราชันวัวนั้นเป็นคนฉลาด ผู้คนมักเรียกหลี่ฉีเย่ว่าจอมโหด แต่ชื่อนี้มันก้าวร้าวมากเกินไป เป็นธรรมดาที่เขาจะไม่กล้าเรียกชื่อนี้ต่อหน้าหลี่ฉีเย่ เขาจึงเปลี่ยนเป็นเรียกว่าเทพแทน
" เทพ ? " หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะหัวเราและเอ่ย " ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนฉายาข้า จอมโหดก็ดี แน่นอนจากที่ข้าเดา ข้าคงเป็นหลี่ฉีเย่คนนั้น "
ราชันวันนั้นสั่นสะท้านจนเกือบตายหลังจากเขารู้ว่าชายคนนี้คือหลี่ฉีเย่ เขารู้สึกว่าหัวของเขากำลังจะระเบิด
เขาแอบร่ำร้องเกี่ยวกับโชคชะตาของตัวเอง ทำไมหายนะที่น่าสยองนี้ถึงเลือกมาเที่ยวประเทศของเขากัน !?
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น