806

ตอนที่ 806 เถี่ยหลาน

มาร์ควิสนั้นรีบวิงวอนและกล่าวถึงผู้ที่หนุนหลังเขา เขาหวังว่าหลี่ฉีเย่จะยอมปล่อย

หลี่ฉีเย่เหลือบมองเขาก่อนที่จะโยนเขาลงพื้นและเอ่ย " ไปบอกศิษย์พี่ลำดับสอง ศิษย์พี่ลำดับหนึ่ง และหุบเขาให้ไสหัวไป และอย่าได้เห็นพวกเจ้ามายังตระกูลเถี่ยอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นข้าจะบดขยี้พวกมันทิ้ง ! "

" ได้ เจ้ารอก่อน ข้าจะบอกให้พวกเขารู้แน่ๆ " แม้ว่ามาร์ควิสอย่างจะแสดงควาโอหังออไปบาง แต่เขาก็ยังสั่นยามเห็นสายตาของหลี่ฉีเย่ เขาอดไม่ได้ที่จะวิ่งหนีอย่างรวดเร็วและหายตัวไป

" ท่านตัวตนอมตะ นะ..นี้ นี้คือการต่อต้านหุบเขากลืนสวรรค์ " เต่าชรานั้นสั่นสะท้าน หัวของเขาหดเข้าไปในกระดองระหว่างต่อสู้ เขาต้องการจะขุดหลุมและหลบใต้ดิน

เต่าขี้ขลาดนี้แตกต่างจากเที่ยยี่อย่างสิ้นเชิง แม้ว่าเทียยี่จะขี้ขลาดแต่นั้นก็เป็นการแกล้งแสดง ตรงข้ามกับเต่าที่หวาดกลัวอย่างแท้จริง นี้เป็นส่วนหนึ่งของสัญชาติญาณของเขา เขานั้นมักจะซ่อนตัวในแม่น้ำเสมอ ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์เล็กหรือใหญ่ เขาจะหลบซ่อนทันที

เขาหวาดกลัวอย่างแท้จริงหลังจากได้ยินว่าหลี่ฉีเย่จะต่อต้านหุบเขา เขาไม่ต้องการอะไรมากกว่าการหลบหนีกลับไปยังแม่น้ำทรายดูดของตัวเอง

หลี่ฉีเย่ตอบอย่างไม่แยแส " แล้วไง ? " เขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

เต่านั้นรีบโผล่หัวและกล่าวอย่างรวดเร็ว " ท่านตัวตนอมตะ ท่านรู้จักต้นกำเนิดของหุบเขาหรือไม่ ? พวกเขาคือเชื้อสายสองจักรพรรดิอมตะ ! พวกเขาควบคุมสิบประเทศและตอนใต้ของเขตอสูร หลังจากที่อาณาจักรนักปรุงยา , ตระกูลเจี้ยนหลง และป้อมปราการอสูรไม่ค่อยแสดงตัว เขาก็แข็งแกร่งที่สุดในโลกสมุนไพรหิน "

หลี่ฉีเย่เหลือบมองและเอ่ย " ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้ทุกอย่างแม้ว่าจะซ่อนอยู่ใต้แม่น้ำ "

เต่าตัวนั้นหัวเราะแห้งๆและเอ่ย " แม้ว่าข้าจะซ่อนอยู่ใต้น้ำ แต่ข้าก็ยังฟังข่าวของโลก "

เขารีบเอ่ยอย่างรวดเร็ว " ท่านตัวตนอมตะ พวกเราควรจะหนีไปก่อนที่คนของหุบเขาจะมา หากพวกเขามาพวกเราจะตายโดยไร้หลุมฝังศพ ท่านควรจะกลับไปยังนิกายของท่านและข้าจะกลับไปยังแม่น้ำทรายดูด "

ไม่มีใครคาดคิดว่าเมื่อเกิดเรื่องที่อันตรายขึ้น เต่าตัวนี้จะไม่ได้ห่วงเกี่ยวกับชีวิตของหลี่ฉีเย่และเป็นคนแรกที่ต้องการจะหนี

" ใครบอกพวกเราจะหนี ? พวกเราจะอยู่ที่นี่อีกสักพัก " หลี่ฉีเย่เอ่ย

คอของเต่าหดกลับไปยังกระดองและโอดครวญ " ท่านตัวตนอมตะที่ยิ่งใหญ่ ผู้ต่ำต้อยได้แบกท่านมาส่งแล้ว ข้าสามารถกลับได้แล้วใช่หรือไม่ ? "

" ยัง " หลี่ฉีเย่จงใจแกล้งยิ้มและเอ่ย " มันไม่ง่ายเลยที่ข้าจะหารถที่เหมาะสมได้ เช่นนั้นข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆได้ยังไง ? "

การแสดงออกของเต่ากลายเป็นบิดเบี้ยวหลังจากได้ยิน หากมันรู้เช่นนี้มันจะไม่แสดงความสามารถออกมาเด็ดขาด " ท่านตัวตนอมตะ ข้าเป็นเพียงตัวตนต่ำขณะที่ท่านปกครองเก้าโลก หากมีคนเช่นข้าอยู่มันอาจจะทำลายชื่อเสียงที่ยิ่งใหญ่.."

" เอาละหยุดพูดไร้สาระ หากข้าบอกว่าเจ้าไปได้ เช่นนั้นเจ้าก็ไป แต่หากข้าไม่เอ่ยเช่นนั้นเจ้าก็อยู่นี้อย่างเชื่อฟัง ไม่อย่างนั้นข้าจะเอาเจ้าไปทำซุป " หลี่ฉีเย่โบกมือของเขา

เต่านั้นรีบปิดปากและไม่กล้าเอ่ยอะไรอีกต่อคำกล่าวของหลี่ฉีเย่

หลี่ฉีเย่มองไปยังแผ่นจารึกก่อนจะถอนหายใจเบาๆ เขาเดินเข้าไปใกล้ แต่ทันใดนั้นเสียงลมก็ดังออกมา เถี่ยหลานโจมตีก่อนเขาจะสัมผัสกับแผ่นจารึก หอกนั้นตรงมายังลำคอของหลี่ฉีเย่ราวกับงูพิษและไร้ปราณี

เถี่ยหลานนั้นไม่สามารถทำให้หลี่ฉีเย่บาดเจ็บได้เพราะว่าหากนั้นถุกจับก่อนจะมาถึงลำคอของเขา

" เจ้าควรจะขอบคุณข้า " หลี่ฉีเย่มองไปยังเถี่ยหลานที่เย็นชาและเอ่ย " หากข้าไม่ช่วยเจ้าไล่พวกเขาไป มันง่ายที่จะจินตนาการถึงชะตากรรมของเจ้า "

" นั้นมันเรื่องของเจ้า ! " เถี่ยหลานไม่ได้รู้สึกขอบคุณและเอ่ย " เจ้าก้ไม่ใช่คนดีเช่นกัน เจ้ามาเพื่อสมบัติของตระกูลข้า ! "

" สมบัติตระกูลเถี่ยของเจ้า ? " หลี่ฉีเย่อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ ยังจะมีใครนอกจากเขาที่รู้เกี่ยวกับสมบัติของตระกูลเถี่ยนอกจากเทพธิดาไฟสวรรค์ ?

" ผู้ฝึกตนทั้งหมดเป็นปีศาจ พวกเขาเพียงต้องการขโมยสมบัติจากตระกูลข้า ! หากเจ้าต้องการเช่นนั้น เจ้าก็ต้องข้ามศพข้าไปก่อน ! " นางนั้นประกาศอย่างจริงจัง

หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางและเอ่ย " หากตระกูลของเจ้ามีสมบัติจริงๆ เจ้าจะมีชีวิตถึงตอนนี้ ? เจ้าเพียงลำพังจะสามารถปกป้องพวกมันได้ ? "

แม้ว่าเถี่ยหลานจะเป็นผู้มีวรยุทธ์ นางนั้นยังเยาว์และมีพลัง แต่นางก้ไม่อาจเทียบกับผู้ฝึกตนได้

นางนั้นตอบด้วยประกายคมกล้าจากดวงตา " แม้ว่าเจ้าจะเป็นผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่ง ข้าก็จะใช้หอกกลีบวายุตระกูลเถี่ยปกป้องแผ่นดินนี้ ! "

" ตระกูลเถี่ยมีเพียงหอกกลีบวายุที่ถูกทิ้งไว้และเป็นเพียงทักษะอ่อนแอ เจ้าคิดจริงๆว่าตระกูลเจ้ายังมีสิ่งอื่นที่คนต้องการ ? " หลี่ฉีเย่ยิ้มและส่ายหัว

" ไม่ต้องมายุ่ง ! " เถี่ยหลานมองหลี่ฉีเย่อย่างดุร้ายเนื่องจากเขาดูถูกวรยุทธ์ตระกูลนาง นางนั้นคำรามและปล่อยมือจากหอกที่หลี่ฉีเย่จับ หอกอีกอันพุ่งไปหาเขาด้วยความเร็วดุจสายฟ้า

" แกร๊ก ! " หลี่ฉีเย่ใช้นิ้วของเขาคีบหอกนางทิ้งอย่างง่ายดาย

" ตาย ! " เถี่ยหลานนั้นเป็นคนหัวแข็งและไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ควรถอย นางนั้นคำรามออกมาพร้อมกับหอกที่พุ่งไปด้านหน้า มันราวกับนางนั้นมีมือหลายมือควบคุมหอกจำนวนมาก ภายในพริบตาคมหอกเเหล็กก็รวมตัวกลายเป็นพายุกลีบดอกไม้

หนึ่งจะต้องยอมรับว่านางนั้นมีวรยุทธ์ที่สูง การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของนางสามารถฆ่าผู้ฝึกตนระดับต่ำได้ง่าย ทว่านางนั้นราวกับมดต่อหน้าหลี่ฉีเย่

" ปัง ! " หลี่ฉีเย่โบกมือของเขาเพื่อทำลายพายุหอก ทว่าไม่ได้ทำให้นางบบาดเจ็บ

เขามองไปที่นางและเอ่ย " ข้ามาตระกูลเถี่ยยามนี้เพื่อนำของบางอย่างไป ไม่ใช่มาสร้างปัญหา ! รวมกับของชิ้นนี้ไม่ใช่ของตระกูลเถี่ย ! "

" ในฝันเจ้าเถอะ ! อย่าแม้แต่จะคิดว่าจะหยิบหญ้าสักต้นออกจากตระกูลเถี่ย หากจะทำก็ข้ามศพข้าไป ! " เถี่ยหลานคำรามพร้อมกับพุ่งไปด้านหน้าด้วยมือเปล่า นางนั้นระเบิดความดุร้ายออกมา

ทว่าหลี่ฉีเย่เพียงสะบัดแขนก็ส่งนางปลิวออกไป นางล้มลงกับพื้นก่อนจะพยามลุกขึ้นอีกครั้ง

" จนกว่าข้าจะตาย...ข้าจะไม่ใหัสิ่งที่เจ้าต้องการ ! " นางพูดอย่างเย็นชาขณะที่พยามจะลุกขึ้น

หลี่ฉีเย่ชี้นิ้วของเขาไปที่นางและเอ่ย " หากข้าอยากจะฆ่าเจ้ามันก็ง่ายราวกับบี้มด ! "

" แม้ว่าเจ้าจะฆ่าข้าและนำของตระกูลออกไป ข้าจะตามไปหลอกหลอนเจ้า ! " นางนั้นไม่กลัวตาย บุคลิกของนางนั้นแข็งกระด้างจนถึงที่สุด !

ขณะที่นางมองไปยังเถี่ยหลาน หลี่ฉีเย่พบว่านางนั้นมีส่วนคล้ายกับเทพธิดาไฟสวรรค์ ไม่ใช่ว่าเทพธิดาเองก็ปากแข็งเช่นนี้ ?

ถึงแม้ว่าความอดทนของเข้าจะน้อย แต่ความรู้สึกของเขาก็อ่อนลง หลังจากคิดถึงเทพธิดาผู้ภักดีต่อเขาอย่างสิ้นเชิง ผู้ที่สนับสนุนเขาและพุ่งเข้าสนามรบเป็นคนแรก เขาก็ถอนหายใจเบาๆ

เมื่อพิจรณาถึงเทพธิดาผู้ภักดีแล้ว หลี่ฉีเย่ไม่ต้องการรังแกเถี่ยหลาน เขาสั่งเต่าชรา " แบกนางไปและเกลี่ยกล่อมนาง ความอดทนของข้ามีจำกัด ! "

เต่าชรานั้นเคยเห็นความโหดร้ายของหลี่ฉีเย่ เขาจะไม่ฟังได้ยังไง ? เขารีบแบกเถี่ยหลานออกไปและกล่อมนาง " แม่นาง ท่านตัวตนอมตะนั้นพยามจะใจดี เขาสามารถฆ่าท่านได้โดยการสะบัดมือครั้งเดียว เขาเป็นผู้ชายที่ดีบางทีเขาอาจจะสอนท่านในอนาคต.."

เต่าชรานั้นเป็นตัวตนที่ต่ำต้อย แม้ว่าเขาจะอยู่ระดับบองค์รักษ์เทพสวรรค์ เขาก็อดทนทำงานที่ได้รับมอบหมาย เขาไม่รอช้ายามหลี่ฉีเย่สั่งให้กล่อมเถี่ยหลาน แม้แต่เถี่ยหลานก็ยังเบื่อหน่ายกับการกล่อมของเต่าชราจนแทบคลั่ง 

หลี่ฉีเย่ไม่ได้สนใจทั้งสอง ก่อนจะค่อยๆวางมือบนจารึกและสัมผัสถึงมัน สุดท้ายเขาก็ระบุได้ว่านี้เป็นเวลานาที่เหมาะสมที่เขาจะหยิบของชิ้นนั้นไป

หลังจากยืนยันได้เขาก็นั่งลงต่อหน้าจารึก และเริ่มท่องบทสวด

คัมภีร์นี้เต็มไปด้วยความลึกลับซับซ้อน ไม่มีใครสามารถเข้าใจเนื้อหาของมันได้ มันดูเหมือนจะเป็นภาษาโบราณที่หายไปจากโลก

ในอดีต ยามเมื่อเทพธิดาต้องการใช้ชีวิตสันโดษ หลี่ฉีเย่ผนึกของชิ้นนึงไว้และมอบให้กับนาง ต่อมาเทพธิดาฝังมันไว้ในดินแดนนี้และเริ่มต้นใช้ชีวิต

โลกทั้งเก้านั้นกว้างใหญ่ แน่นอนเทพธิดานั้นมีเหตุผลที่เลือกที่แห่งนี้ หนึ่งคือนางชอบทัศนียภาพของทีนี่ อีกอย่างคือสิ่งที่อีกาทมิฬมอบให้นางต้องฝังมันไว้ในเขตอสูร

นางนั้นทุ่มเทให้กับเขาอย่างเต็มที่ แม้ว่าจะเกษียณมาแล้วนางก็ยังเลือกที่จะช่วยเขาเป็นครั้งสุดท้ายและซ่อนของชิ้นนี้ไว้ในตระกูลเถี่ย

ความลับนี้ไม่มีใครรู้แม้ว่าจะเป็นลูกหลานตระกูลเถี่ยที่ผ่านมาหลายล้านปี ! ในความจริงความลับนี้ไม่มีใครรู้นอกจากเทพธิดาและอีกาทมิฬ...

ความคิดเห็น