801
อนที่ 801 มอบธนูเป็นของขวัญ
หลี่ฉีเย่สามารถฆ่าเจี้ยนหวู่ซ่วงได้โดยง่ายแทนที่จะผนึกนางไว้ด้วยหมัดนี้ ทว่าเขาเลือกที่จะไม่ทำเพราะว่าเขาต้องการพรสวรรค์ในด้านความภูมิใจและความดุร้ายของนาง
เขาลบผนึกออกและเอ่ย " เจ้าแพ้แล้ว "
นางยังไม่อาจะสงบสติอารมณ์ลงได้แม้ว่าผนึกจะคลาย จิตใจและร่างกยของนางถูกแช่แข็งเป็นเวลานาน เหตุการณ์ก่อนหน้าเป็นเรื่องน่าตกใจมากสำหรับนาง
" เจ้ามีอะไรจะกล่าวอีกหรือไม่ ? " หลี่ฉีเย่อมยิ้มเอ่ยถามหลังจากเห็นนางยังคงตกตะลึง
สายตาของนางสุดท้ายก็กลับมามีสติอีกครั้ง นางจ้องมองไปยังหลี่ฉีเย่ราวกับมองสัตว์ประหลาด นางไม่เคยเห็นคนเช่นเขามาก่อน
" ข้าไม่ต้องการพูดสิ่งใด ข้าเต็มใจที่จะยอมรับความพ่ายแพ้ของตัวเอง ! " นางนั้นตอบขณะเชิดหน้าสูง นางเต็มไปด้วยความภูมิใจแพ้ก็คือแพ้ และนางจะไม่หลีกเลี่ยงการเดิมพัน
หลี่ฉีเย่มองไปที่นาง " มันถึงเวลาที่เจ้าจะต้องทำตามสัญญาแล้ว เจ้าสามารถเลือกเงื่อนไขได้ แน่นอนประโยชน์จะขึ้นอยู่กับเวลาที่เจ้าเลือกอยู่ "
นางสูดลมหายใจเข้าลึก ไม่มีข้อโต้แย้งใดๆออกมาจากปากนาง ก่อนจะเอ่ยอย่างจริงจัง " ข้าไม่มีอะไรจะเอ่ย และทำตามคำสัญญาของข้า ! " จากนั้นนางก็สาบานด้วยพรสวรรค์ที่แท้จริง
คำสาบานนี้ไม่กำหนดระยะเวลา - นี้แสดงให้เห็นว่านางเป็นคนรักษาสัญญาอย่างมาก แม้ว่าคนที่ภาคภูมิใจเช่นนางไม่ง่ายที่จะทำมัน แต่นางก็ยังรักษาคำพูด นางนั้นสามารถจัดการกับความพ่ายแพ้ได้อย่างสง่างามและไม่มีทางยอมจำนนหรือหนี ! ความสิ้นหวังและความหดหู่ก็หายไปด้วยเช่นกัน
นี้เป็นลักษณะที่น่าชื่นชมและเป็นเหตุผลที่หลี่ฉีเย่ให้ความสำคัญกับนาง หลี่ฉีเย่รู้สึกไม่เต็มใจเล็กน้อย แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจ เขาหยิบของบางอย่างออกมาก่อนจะมอบมันให้กับเจี้ยนหวู่ซ่วง " ข้าเมื่อเจ้าสัญญาจะจงรักภักดีต่อข้า ข้าจะมอบสมบัติให้ "
" นี้..นี้ไม่ธนูของเจ้า ? " เจี้ยนหวู่ซ่วงสั่นสะท้านหลังจากเห็นของชิ้นนี้
ธนูนี้คือเกาทัณฑ์สยบเก้าโลก ในฐานะนักธนูอัจฉริยะนางเคยตายเพราะธนูนี้มาก่อน ดังนั้นเป็นธรรมดาที่นางจะรู้ว่ามันทรงคุณค่าแค่ไหน ในอนาคตธนูนี้จะต้องปราบปรามธนูจากตระกูลเจี้ยนของนาง
" ใช่ มันจะกลายเป็นธนูที่ดีที่สุดในโลกในอนาคตอันใกล้นี้ " หลหี่ฉีเย่เอ่ย " ข้าแน่นอนว่าเป็นเจ้าของมัน ทว่าหากธนูที่ดีเช่นนี้ไม่ได้ถูกใช้ในการต่อสู้หรือสนามรบ มันจะเปล่าประโยชน์ วันนี้ข้าจะมอบมันเป็นของขวัญกับเจ้า โดยหวังว่ามันจะส่องประกายเมื่ออยู่ในมือเจ้าและสร้างตำนานนิรันดร์ ! "
สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะธนูล้ำค่านี้กับนาง แม้ว่ามันจะน่าประทับใจ เขาก็ยากที่จะใช้มันในการต่อสู้ เขานั้นมีวิธีการและสมบัติจำนวนมาก และมีหลายชิ้นที่เขาไม่ได้ใช้มัน
ในเวลาเดียวกัน เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นเป็นนักธนูที่ดีและมีความสามารถ ไม่มีใครเทียบกับนางได้ในรุ่นเยาว์ ! ดังนั้นหลี่ฉีเย่จึงมอบธนูนี้ให้กับนางเพื่อให้นางใช้มันได้อย่างเต็มศักยภาพ !
นางนั้นรู้สึกตกตะลึงในเวลานี้ สุดยอดธนูเช่นนี้กับถูกมอบมาให้โดยง่าย แม้ว่านางจะมาจากเชื้อสายจักรพรรดิ นางก็ไม่อาจจะสงบลงได้ในเวลาสั้นๆ นี้เป็นความใจกว้างที่ยากจะค้นพบ
นางยังคงเต็มไปด้วยความภูมิใจและเอ่ย " แต่ข้ายังไม่ได้มีส่วนร่วมใดๆ ! "
หลี่ฉีเย่หยิบธนูใส่ไว้ในมือนาง หากเขาตัดสินใจไปแล้วจะไม่มีวันหันหลังกลับ เขาเอ่ย " เจ้าต้องทำงานให้หนักเพื่อที่จะกลายเป็นแม่ทัพให้กับข้า มีเพียงนักรบที่แข็งแกร่งที่สุดที่เหมาะกับธนูนี้ ! วิธีการตอบแทนที่ดีที่สุดการสังหารไปทั่วทั้งสี่ทิศในสนามรบ ! "
หลี่ฉีเย่ตั้งใจจะฝึกฝนนาง แม้ว่าเขาจะมีตัวตนที่แข็งแกร่งอย่างบิดาแห่งต้นไม้อยู่ แต่ตัวตนระดับนั้นแก่เกินไปและไม่สามารถสู้ได้เป็นเวลานานในอนาคต
เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นตรงกันข้าม นางนั้นยังเยาว์และสามารถติดตามเขาไปได้จนจบสงคราม นอกจากนี้นางยังมีศักยภาพที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์และมีพื้นทีอีกมากในการเติบโต
นางยอมรับเกาทัณฑ์สยบเก้าโลกของหลี่ฉีเย่และเอ่ยอย่างเย็นชา " ข้าจะไปยืนบนจุดสูงสุดของศาสตร์แห่งธนู ! "
จักรพรรดิอมตะตี๋ยี่ เจี้ยน นั้นได้รับยกย่องว่าเป็นนักธนูที่เก่งที่สุดในโลก ทว่าความจริงก็คือเขาไม่ได้ไปยังสุดเส้นทางนี้ เขาสุดท้ายก็ทิ้งสุดยอดเต๋าแห่งธนูและใช้อาวุธอื่นจนกลายเป็นจักรพรรดิอมตะ หลังจากนั้นเต๋าแห่งธนูของเขาก็ไม่ได้ถูกใช้อีก
เจี้ยนหวู่ซ่วง ในเวลานี้นางตั้งใจจะเหยียบย่ำไปบนเส้นทางของบรรพบุรุษและไปจนถึงจุดสูงสุดของเส้นทางนี้ !
" ทำผลงานให้ดี " หลี่ฉีเย่เอ่ย " ธนูนี้คุ้มค่าที่เจ้าจะพยามเรียนรู้ ในอนาคตมันจะนำเจ้าไปสู่ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ "
" ข้ารู้ " เจี้ยนหวู่ซ่วงพยักหน้าเอ่ย
หลี่ฉีเย่เหลือบมองนางและเอ่ย " เมื่อเวลามาถึงไปยังเขตอสูร ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นั้นเพื่อไปยังโลกอสูรปี้อ้าน ! "
" โลกอสูรปี้อ้าน ! " นางนั้นกลายเป็นจริงจังหลังจากได้ยินชื่อนี้
หลี่ฉีเย่พยักหน้าเอ่ย " ใช่แล้ว โลกอสูรปี้อ้าน ในเมื่อเจ้าแสดงความภักดีต่อข้า มันถึงเวลาที่เจ้าจะได้ขยายเส้นขอบฟ้าแล้ว "
เจี้ยนหวู่ซ่วงนั้นไม่ได้ถามอะไรเพิ่มก่อนจะพยักหน้าและจากไปพร้อมกับธนูของนาง
หลี่ฉีเย่กลับไปยังดินแดนบรรพบุรุษของอาณาจักร หมิงเย่เสวี่ยไม่ได้ถามอะไรหลังจากเขากลับมา แม้ไม่ถามนางก้รู้ว่าหลี่ฉีเย่นั้นชนะ
" พวกเราจะเดินทางในวันพรุ่งนี้ " เขาเอ่ย
นางไม่ได้เอ่ยสิ่งใดและไปแจ้งให้กับนักปรุงยาจักรพรรดิร้อยชีวิตทราบ
วันรุ่งขึ้น หลี่ฉีเย่มายังรูปแบบเต๋า นอกจากนักปรุงยาจักรพรรดิและหมิงเย่เสวี่ยมันยังมีบรรพชนคนอื่นของอาณาจักร
" ถึงเวลาต้องไปแล้ว " หลี่ฉีเย่พูดขึ้นด้วยเสียงที่ชัดเจนก่อนจะมองไปยังประตู
นักปรุงยาจักรพรรดิเอ่ย " ฝ่าบาท หากท่านไม่สามารถไปยังลานหินแห้งได้ ท่านจะต้องไปยังหนึ่งในสามเส้นเลือดใหญ่ เช่นนั้นทางต้องเตรียมพร้อม "
" ข้ารู้ หากมันไม่สำเร็จ เช่นนั้นก็ไม่ต้องเปิดใหม่อีก ข้าจะหาวิธีเขาทางอื่น " หลี่ฉีเย่พยักหน้าเอ่ย
นักปรุงยาจักรพรรดิมองหลี่ฉีเย่และสั่งคนอื่น " ทุกคนออกไป "
เมื่อบรรพชนทุกคนและหมิงเย่เสวี่ยออกไป นักปรุงยาจักรพรรดิเอ่ย " ฝ่าบาท ขณะที่ท่านไม่อยู่เมื่อวาน มีชายชราจากตระกูลเจี้ยนหลงมาหา "
" โอ้ว ? แล้วตระกูลเจี้ยนหลงต้องการอะไร ? " หลี่ฉีเย่อมยิ้ม
ตระกูลเจี้ยนหลงนั้นเป็นเชื้อสายที่มีชื่อเสียงพอๆกับอาณาจักรนักปรุงยา พวกเขามีสามจักรพรรดิอมตะ !
นักปรุงยาจักรพรรดิเอ่ย " ตระกูลเจี้ยนหลงจะมีความคิดใดๆต่อหน้าฝ่าบาทอีก ? พวกเขาหวังเพียงในยุคนี้ หากฝ่าบาทต้องเพียงเรียกพวกเขาและพวกเขาพร้อมที่จะพิสูจน์ความภักดี ! "
" พวกเขาต้องการปัดเป่าที่กำราบไว้ในอดีต ? " หลี่ฉีเย่หัวเราะ " ได้ ข้าจะบอกให้พวกเขารู้หากข้าต้องการพวกเขาในอนาคต "
หลังจากกล่าวเสร็จ หลี่ฉีเย่ก็เหลือบมองนักปรุงยาจักรพรรดิและเอ่ย " ตาแก่จากตระกูลเหล่านั้นยังชรากว่าคนในอาณาจักรของเจ้า พวกเขาเก็บหางของตัวเองขณะจัดการกับโลก ปีนั้นอาณาจักรนักปรุงยาของเจ้าเชื่อมันในเขตอสูรศักดิ์สิทธิ์และเลือกเข้าไปในสนามรบ ขณะเดียวกันตระกูลเจี้ยนหลงแม้จะพ่ายแพ้ แต่พวกเขาไม่ได้รับความทรมานเช่นอาณาจักรของเจ้า "
" ทำไมแม้ว่าข้าจะไม่บังคับให้พวกเขาสาบาน แต่พวกเขาก็ยังยินดีฟั่งคำสั่งและยอมแพ้ ? " หลี่ฉีเย่เอ่ย " เหล่าตาแก่พวกนั้นรู้ว่าหากข้ายังอยู่ ข้าจะฝึกจักรพรรดิอมตะมามากขึ้น พวกเขาฉลาดพอที่จะไม่ขว้างทางข้า แม้ว่าพวกเขาจะต้องเก็บตัวเป็นเวลานาน แต่ยามพวกเขาปรากฏบนโลกอีกครั้ง พวกเขาจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าอาณาจักรของเจ้า ! "
" เหล่าบรรพชนในอดีตล้วนแต่คิดว่าการเป็นพันธมิตรกับเขตอสูรศักดิ์สิทธิ์จะทำให้พวกเราชนะศัตรูทั้งหมดได้ " นักปรุงยาจักรพรรดิยิ้มขมขื่น ก่อนเริ่มสงคราม เขาคัดค้านแข่งขันเจตจำนงแห่งสวรรค์กับจักรพรรดิอมตะฮงเตียน เขารู้ว่าผลมันจะออกมาไม่ดี
ทว่าอาณาจักรกลับมีอำนาจมาก นอกจากนี้บรรพชนหลายคนยังโดดเด่นกว่าเขา เขาไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้
ก่อนต่อสู้ครั้งนั้นเต็มไปด้วยเลือด โลติตเปื้อนไปทั่วโลกสมุนไพรหิน เขตอสูรศักดิ์สิทธิ์นั้นถูกสังหารสิ้นในชั่วข้ามคืนและดับลง !
" การเป็นพันธมิตรกับเขตอสูรศักดิ์สิทธิ์จะทำให้พวกเขาเอาชนะศัตรูทั้งหมดได้ ? " หลี่ฉีเย่แค่นเสียง " เทียบกับอาณาจักรหมิงโบราณ เขตอสูรศักดิ์สิทธิ์และอาณาจักรเจ้าล้วนไร้ค่า ในยุคหมิงโบราณพวกเขาเป็นผู้ปกครองทั้งเก้าโลก นอกจากปู้จ้านและเซียวซี ใครจะทำลายการผูกขาดตำแหน่งจักรพรรดิอมตะในสมัยพวกเขาได้ ? หลังจากข้าลงมือ เกิดอะไรขึ้นกับอาณาจักรหมิงในตอนท้าย ? "
" โลกนั้นไม่รู้จักความน่าเกรงขามของฝ่าบาท พวกเขาจบสิ้นตั้งแต่พวกเขาลิ้มรสการสังหารของท่าน " นักปรุงยาจักรพรรดิถอนหายใจ
แม้ว่าเขาจะไม่ได้เห็นในยุคนั้นด้วยตาแต่เขาก็ได้ยินตำนาน มันเป็นช่วงที่น่าสยดสยอง เผ่าหมิงโบราณนั้นเป็นผู้ปกครองเก้าโลก จากนั้นอีกาทมิฬปรากฏและกว้างก่อนจะเริ่มต้นยุคใหม่ จากนั้นมาเผ่าหมิงโบราณก็ได้หายไปจากโลก
" เอาละไม่ต้องพูดถึงอดีตที่ผ่านมา " หลี่ฉีเย่รู้สึกตื่นเต้นก่อนจะโบกมือ " มีคนไม่มากนักที่เคยอยู่เคียงข้างข้าและมีชีวิตอยู่ ดูแลตัวเองให้ดี ข้าหวังว่าเมื่อข้ากวาดผ่านโลกทั้งหมด เจ้าจะอยู่เห็นมัน "
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น